ก็แค่สินค้า โปรโมทสิ…เดี๋ยวคนก็ซื้อ จริงเหรอ!!!

เส้นบางๆ คั่นระหว่าง #ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน กับ #รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา อาจเป็นความคิดที่ว่า…ทำๆไปเดี๋ยวก็รู้เอง ระหว่างทางของการลองผิดลองถูก เราได้บทเรียน ได้ประสบการณ์ แต่ขณะเดียวกัน เราอาจเสียหลายๆโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย…นะ

อยากขายได้ เราก็คิดแต่จะโปรโมทอย่างไร ทุ่มไปเต็มที่ แต่ไม้กายสิทธิ์…ดันไม่ทำงาน ซะ นี่ เพราะ…???

การโปรโมท…ทำไม่ยากหรอก สร้างเพจ สร้างบัญชีโฆษณา ใส่วิธีการชำระเงิน สร้างแคมเปญ อนุมัติว่องไว แคมเปญก็รันแล้ว ที่ยากก็คือ…ทำไงให้โปรโมทแล้วขายได้ สินค้าเยอะ เพจเยอะ แต่พื้นที่สื่อเดียว ก็แย่งซีนกันโชว์ ผู้ชมเยอะก็จริง แต่ไม่จำเป็นต้องต้องคลิ๊กทุกแคมเปญ

บางแคมเปญ คลิ๊กเข้าไปดูเพราะขำดี ไม่ได้คิดจะซื้อ กลับมาเหมาว่าเราสนใจ รอบหน้าประเคนโฆษณาสินค้าลักษณะเดียวกันให้เราดูอีก สรุป รกตาเต็มฟีด เจ้าของแบรนด์ก็ต้องจ่าย

สรุปแล้ว แต่ละแคมเปญที่จ่ายไป เพื่อล่อคลิ๊กให้ดู แต่ซื้อแค่ไหน ไม่มีอะไรการันตี มันตรงนี้แหละ ลงโปรโมทไปเยอะ ล่อคลิ๊ก แต่ไม่มีคนซื้อ

สิอสวยไม่ได้หมายความว่าจะช่วยขายสินค้าได้ ความจริง…ที่หลายคนไม่เข้าใจ…ก็…คือ…จะสร้างเสน่ห์ให้แบรนด์อย่างไร สิ่งที่เราสื่อ ต้องช่วยสร้างความประทับใจให้คนดู ดูแล้วชอบ โอกาสจดจำก็สูง คราวหน้าส่งอะไรมาให้ดู ก็ไม่แอนตี้ ดูบ่อยๆก็เริ่มอิน อยากคบหา อยากซื้อ

เป็นโค้ช สินค้าของโค้ชคืออะไร….???? ไม่ใช่คอร์สสอนหรอกนะ สินค้าของโค้ชก็ตัวโค้ชเองนั่นแหล่ะ คอร์สสอนมันใช่ว่าจะยั่งยืน สอนไปสักพักก็ต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตร ตั้งชื่อใหม่ ขยับโน่นนี้ แต่คนซื้อเขาซื้อเพราะตัวโค้ช…จริงป่ะ แล้วโค้ชจะทำให้คนดูประทับใจได้อบ่างไร

จะมาพูดปาวๆคอร์สดีอย่างโน้นอย่างนี้ ฟังทีสองทีก็เบื่อ สิ่งที่โค้ชขายคือวิธีคิดต่างหาก ถ้าขายวิธีคิดไม่ได้ คนซื้อก็มองไม่เห็นความต่าง วิธีคิดที่ลอกเลียนแบบ กับวิธีคิดจากประสบการณ์มันต่างกันเลยนะ จริงมั๊ย และเจ้าวิธีคิดที่แสดงออกมาผ่านทางคอนเท้นท์ มันจึงเป็น valued content มันจึงมีคุณค่า มันจึงมีสาระ มันมีประโยชน์ แล้วทำให้โค้ชคนนั้นน่าซือไ

แต่สินค้าที่ขายกันโครมครามมันเป็นจำพวกเดียวกันกับโค้ชรึป่าว……หล่ะ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พี่สอนให้นำเสนอแบรนด์ด้วยโมเดล 2-4-6 นะ น้องต้องขาย แต่ขายอย่างมีเสน่ห์ ถ้าไปโฟกัสผิด คิดแล้วนำเสนอคอนเท้นท์แบบมุมมองของโค้ช มันก็เกาไม่ถูกจุดไง

เรื่องแบบนี้ จ้างเขาทำ เขาจะเกาถูกจุดมั๊ย…จะรู้มั๊ยหล่ะ

เราหลอกตัวเองหรือเปล่า ขายไม่ได้…ก็คิดว่า…ไม่ได้เป็นคนเดียวซะที่ไหน คนอื่นก็ขายไม่ได้เหมือนกันแหละ

วิเคราะห์ก่อนได้ป่ะ ทำไมแบรนด์โน้นแบรนด์นี้ ยังพาเที่ยวทัวร์ต่างประเทศกันโครมๆ สิ่งที่ต้องคิด ไม่ใช่นั่งปลอบใจไปวันๆ แล้วรอฟ้าเปิด เราต้องคิด…ทำไงให้เราขายได้ ถ้าเศรษฐิจมันแย่จริงๆ เรารับมืออย่างไร ถ้าเศรษฐิจมันโต เราตักตวงอย่างไร

สิ่งที่พี่เห็นมาตลอดคือการเตรียมแผนการตลาดแบบผิดฝาผิดเวลา จะขับเคลื่อนแบรนด์ให้น่าซื้ออย่างไร มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อยากรู้กันนัก วิธีบริหารตัวแทน การสร้างตัวแทน น้องยังไม่ทำให้ตัวแทนเป้าหมายรู้จักสินค้า แต่กลับไปคิดแล้วว่าจะสร้างกติกามาควบคุมเขาอย่างไร

บางคนมาถามพี่ ต้องทำอย่างไรให้คนมาเป็นตัวแทน พี่ก็ตอบอย่างเดียว ทำสินค้าให้มันน่าซื้อซะ ขนาดตัวเองดูสื่อสิืืนค้าตัวเองแล้วยังไม่ชอบเลย แล้วคนอื่นมันจะไปชอบได้อย่างไรฟร่ะ เฮ้ย…ไอเดียไปมุดอยู่ไหน ขุดออกมาใช้ซะ เราคิดง่ายๆแล้วกัน ถ้ามีตังมีสถานที่ ทำไมเราอยากเปิด 7-11 เพราะเราชอบในกฎระเบียบ หรือเราชอบการตลาดของ 7-11 เราเชื่อว่าเราจะมีกำไรแน่นอน เราถึงอยากไปเป็นส่วนหนึ่งของเขา ลองที่อื่นดีกว่า ทำให้เรามโนว่าจะได้เม็ดเงินมากกว่า เราจะเปลี่ยนใจไหม แน่นอน…เปลี่ยนแน่ๆ แล้ว…เรามโนไปเอง หรือ ดูเอาจากสื่อ จากสิ่งที่เขาเล่าให้เราฟัง…หล่ะ

หวังปาฏิหาริย์ รอส้มหล่นหรือเปล่า ทำธุรกิจมันคนละเรื่องกับการเลือกข้าวราดแกงนะ อันนี้ชอบ อันโน่นน่ากิน เลือกสั่งตามใจตามนิยม ในเกมธุรกิจเราใช้ความชอบความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินได้เหรอ อาหารไม่ถูกปาก เราเลือกจะฝืนกินหรือเปลี่ยนจานใหม่ แต่ในเกมธุรกิจ เลือกได้ไหม ชั้นไม่ชอบผลลัพธ์แบบนี้ ขอเปลี่ยนเกม เดี๋ยวก่อน ชั้นยังไม่พร้อม…เราต่อรองได้หรือเปล่า

มันไม่เกี่ยวกับการคิดบวกคิดลบเลยนะ ความพร้อมที่จะอยู่ในเกมให้ได้เป็นสิงสำคัญและจำเป็น เพราะ…คงไม่มีใครอยากแพ้...จริงมั๊ย

ถ้าวิธีคิดยังแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ก็ไม่ต้องเดา เราอยากให้ธุรกิจไปทางไหน มีสินค้าแล้ว กองเต็มหลังบ้าน ไม่ใช่เรื่องขำๆ อีกต่อไปนะ

หว่านพืชต้องหวังผล โพสต์แล้วต้องมีคนเห็น โปรโมทแล้วต้องมีคนซื้อ ถ้าโพสต์แล้วโปรโมทก็แล้วมีแต่คนดู แก้ไข ซะ นะ ไม่ทุกคนมีงบเยอะ พร้อมทุ่มไม่อั้น ถ้าเรามีงบจำกัด เราก็ต้องลงทุนความคิดกันหน่อย ล่อคลิ๊กแต่ไม่ซื้อ จะทนทำไม

จะขายของมัวแต่คิดเรื่องเน้นสาระ โฟกัสผิดที่ ลงแรงไปก็เหนื่อยฟรี ต้องรู้นะบริหารคอนเท้นท์อย่างไร สอนให้เข้าใจตำรา มันคนละเรื่องกับสอนให้ทำเป็น ต่อให้มีสารพัดเวิร์คช้อปให้หัดทำ แต่ถ้าเกาไม่ถูกจุด ก็วนซ้ำปัญหาเดิม หล่ะ นะ

พ่อมดจะร่ายมนต์ แต่ขาดไม้กายสิทธิ์ ก็เหมือนคิดคอนเท้นท์ซะดิบดี แต่นำเสนอออกไปไม่น่าสนใจ ไอเดียในหัวกับสิ่งที่เห็นเดินสวนทาง แล้วใครจะมอง

อย่าเข้าใจผิดว่าคิดคอนเท้นท์ปัง ดังในหัว ก็ขายได้แล้ว อุปมาราวกับว่ากำลังจะจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน เมนูอลังการงานสร้าง ไอเดียบรรเจิด ใครเห็นอยากกินเป็นบุญปาก พองานจริงอาหารจริงลงเสริฟ ไม่น่ากิน ดูแล้วไม่อร่อย สรุป…ไอเดียปังๆ พลาดเพราะนำเสนอได้ไม่ถูกใจ คอนเท้นท์จะดี นำเสนอต้องโดน มันถึงจะดูดเงิน…นะ

อย่าคิดแต่จะก้อปปี้ทำสำเนา การนำเสนอเป็นเรื่องเฉพาะของแบรนด์ อยากให้แตกต่าง โดดเด่น หรือธรรมดาบ้านๆ อยู่ที่เรานำเสนออย่างไร ถ้ารู้เครื่องมือช่วยถ่ายทอดการนำเสนอ จะโบกไม้กายสิทธิ์ท่าไหน แบรนด์ก็น่าสนใจ แต่ถ้าไม่รู้เครื่องมือ…อืม…ก็คงไม่ต่างจากที่แล้วๆมานะ

อยากแก้ไขการนำเสนอ ทำให้แบรนด์น่าซื้อ ต้องเรียนรู้ มโนอย่างเดียวไม่ได้ ผลลัพธ์ไม่เกิด โอกาสขายก็ไม่มา ไม่มีใครถนัดทุกเรื่องมาตั้งแต่เกิด แต่อดีตเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเราจะเขียนอนาคตใหม่ไม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเรียนรู้มา ไม่ว่าจากที่ไหนก็ตาม หากการนำเสนอแบรนด์ในสื่อของเราแย่…ก็จบสิ หมดโอกาสขาย เราไม่สามารถชดเชยการนำเสนอแย่ๆด้วยเรื่องอื่นได้หรอก อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับความจริงกันรึป่าว

คิดง่ายๆหล่ะกัน พี่เขียนโพสต์ร่ายยาว พอทำเป็นรูปภาพ ปรับเปลี่ยนได้เอง โพสต์ก็มีสีสันขึ้น โพสต์ที่มีภาพ 1 ภาพประกอบข้อความ กับ โพสต์ที่มีหลายๆภาพประกอบข้อความ การเข้าถึง การมีส่วนร่วมต่างกันเลยนะ หลายๆภาพใน 1 โพสต์เวิร์คกว่า ดีกว่า ในเมื่อรู้วิธีใช้เครื่องมือ จะจัดการการนำเสนอโพสต์แบบไหนก็ได้ดังใจ โผล์ในไลน์อีกอย่าง ไปไอจีอีกแบบ บนเว็ป พินเทอเรส บล็อก กูเกิ้ลพลัส สารพัดทางเลือกมีให้ทำ แต่ถ้าไม่รู้เครื่องมือ ทางเลือกก็มีเท่าเดิม เลือกเองนะ ธุรกิจเราเอง ตัดสินใจให้ดี

ใช้เครื่องมือเป็น ออกแบบสื่อได้ ไม่เกี่ยวกับโหวงเฮ้ง น้องตุ๊กอายุหลัก 30 กว่ามาหลายปี ประกอบอาชีพพยาบาล ไม่เคยออกแบบมาก่อน แต่เขาก็ทำได้

ใครว่าเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ต้องเป็นผู้หญิงอย่างเดียวน้องโจ้มาเติมทักษะออกแบบ ทั้งๆที่มีธุรกิจจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เรียนจบวิศวะ แต่เมื่อมีความพยายามซะอย่าง และเขาก็ทำได้

เป็นตัวแทนจำหน่าย อยากมีทักษะออกแบบสื่อ ใครจะห้ามนางได้ น้องบุ๋มอายุไม่น้อยแล้ว ไม่เคยทำอีกตะหาก จากสระแก้วเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อเรียนออกแบบ และเขาก็ทำได้

คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ ในเมื่อมันต้องใช้เครื่องมือนี้ช่วยให้การนำเสนอเราดีขึ้น ทำไมจะไม่เรียนรู้ ถ้าใช้นานๆครั้ง แบบนั้นจ้างเขาก็ได้ นั่งรอเขาส่งงานก็ได้ แต่ในเมื่อจะขายของออนไลน์ ต้องใช้เครื่องมือนี้ช่วยสร้างโอกาสขายของทุกวัน ในเมื่อมันต้องใช้ถี่ ใช้บ่อยซะขนาดนี้ รู้ไว้มีแต่บวก

คลาส BrandAdvance3 เป็นหลักสูตรสอนออกแบบสื่อดิจิตัล 3 วัน นักเรียนที่มาเรียน 95% เป็นเจ้าของแบรนด์ และคาดหวังว่าเรียนแล้วจะนำความรู้ไปใช้ทำภาพสื่อสินค้าเอง ไม่มีใครคาดหวังจะส่งงานเข้าประกวด หรือรับจ๊อบออกแบบให้คนอื่นวันแรก ฝึกตกแต่งภาพและจัดวางภาพสื่อสวยงามโดยใช้โปรแกรม Illustrator และ Photoshop
วันที่สอง ฝึกออกแบบสื่อที่ต้องใช้เพื่อโปรโมทยอดขาย เช่น สื่อสินค้า โปรโมชั่น บัตรตัวแทน
วันที่สาม ฝึกตัดต่อคลิปวิดีโอ ด้วยโปรแกรม PremierePro และ AVS Editorเลิกคิดว่าจะทำไม่ได้ ผลงานของนักเรียนหลายคนพิสูจน์ว่า…ถ้าทุ่มเท ก็ทำได้ เปลี่ยนสื่อใหม่สร้างยอดขายได้ไม่จำกัด คุ้มมากๆๆๆที่จะลงทุนศึกษา งานสื่อทำได้เอง ไม่ต้องจ้างอีกต่อไป หรืออยากทำแค่บางส่วน ทีเหลือจ้างเขาทำ ก็รู้ว่าต้องบรีฟงานอย่างไร ให้ภาพสื่อโดนตาโดนใจ ไม่ต้องแก้หลายรอบ#BrandAdvance3 รุ่นที่ 16 อบรมวันที่ 28-29-30 กรกฎาคม จัดที่กรุงเทพ รับไม่เกิน 10 คน รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_3.html
คอร์ส 3 วัน เรียน 4 โปรแกรมออกแบบสื่อดิจิตัล ราคา12,000 บาท รวมอาหารกลางวัน

สอนโดย #โค้ชสร้างแบรนด์ ประสบการณ์ออกแบบแบรนด์ +15ปี
ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee

Advertisements