คิดก่อนค่อยโพสต์ หรือ โพสต์ก่อนค่อยคิด

โพสต์ให้ใครดูบูสต์ให้ใครซื้อ

มีสินค้า ถ่ายรูปสวยๆ จ้างเขาออกแบบสื่อสินค้า รีวิวๆๆๆ เรียนเพิ่มเรื่องยิงแอด คนอื่นก็ทำแบบนี้ ขายได้น้อยตอนแรกไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ดีขึ้น โตช้าหน่อย ดีกว่า..ไม่เริ่มทำอะไรสักที คุ้นๆไหม…ความคิดแบบนี้

ทำไม…กลับไม่เป็นอย่างที่คิด สิ่งที่ดูแล้วไม่น่าจะยุ่งยาก ไม่น่าจะซับซ้อนอะไร กลับเหมือนอยู่เหนือการควบคุม จากที่เคยคิดว่า…ทำแล้วถูกแน่ๆ กลายเป็น…ทำแล้วเหมือนผิดไปหมด จากเคยเชื่อว่า…ตัวเองทำได้ กลายเป็น…ไม่มั่นใจการตัดสินใจครั้งต่อไป #ทำไมอะไรอย่างไร

ธุรกิจคือการแข่งขัน แย่งชิงความได้เปรียบ ไม่ใช่การแข่งขันกีฬาสี การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน…มันต่างกันเยอ

ลองคิดตามนะ….ออกสินค้ามา ถ้าไม่ได้แพลนให้ดีๆก่อน เมื่อลงสนามแข่ง จะสู้คู่แข่งแบบไหน สินค้าไม่มีความได้เปรียบ ก็ต้องมาแก้สถานการณ์พยายามหนักขึ้นในสื่อ ง่ายไหม…ใช้สื่อสร้างโพสต์ โปรโมทสินค้าธรรมดา ให้กลายเป็นดูดี สมมติว่าทำได้ คนดูเชื่อ แต่ซื้อไปใช้แล้วพบว่า…ก็งั้นๆ จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

พี่มักจะพูดว่า…การสร้างแบรนด์สามารถนำมาใช้แก้ไขสถานการ์ทางการตลาด แต่…บางเรื่อง มันไม่ใช่แก้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะ ถ้าสินค้ามีช่องโหว่มากเกินไป แทนที่การสร้างแบรนด์จะช่วยสร้างโอกาสขาย กลับเป็น…นำมาใช้ดับไฟรายวัน ช่าง…น่าเสียดาย และน่าเหนื่อยใจนะ

การโพสต์แล้วแต่จะคิด…รายวัน ผลลัพธ์ก็สู้โพสต์แบบมีแผนพร้อมรบไม่ได้นะ พี่ชอบเรียกว่า #ผังคอนเท้นท์ประมาณว่า…มันคือแผนงานที่เจ้าของแบรนด์ทุกคนต้องมี เพื่อใช้สื่อสารแบรนด์/สินค้า มันคือแผนงานที่ระบุเรื่องราวที่จะสื่อ มันคือแผนงานที่จะบอกว่าจะต้องใช้การนำเสนอรูปแบบไหนในการสื่อเรื่องราวแต่ละเรื่อ

มีแผนงาน…ก็ค่อยไปคิดเรื่องโปรดักชั่น ถ่ายรูป เขียนโพสต์ ออกแบบสื่อ ทำคลิป โปรโมชั่น โน่น นี่ นั่น ถ้าน้องไม่มีแผนงาน ก็จะกระโดดไปที่โปรดักชั่นเลย ทิศทางไม่มี ทำไปตามที่คิด แล้ว…ธุรกิจจะเติบโตแบบไหน ถ้าแผนงานไม่เคลียร์ ต่อให้มีเป้าหมายชัดเจน จะแน่ใจได้อย่างไรว่า…สิ่งที่ทำรายวันจะพาไปพบความสำเร็จ

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการคิดบวกคิดลบนะ แต่เป็นเรื่องของการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันทางธุรกิจ

ยิงแอด ยิงเพจ สารพัดยิงแล้วแต่จะเรียก แนวทางเยอะแยะเพื่อเปลี่ยนจากยิงมั่วเป็นยิงแม่น เมื่อก่อนยิงกันมั่วก็ขายได้ แต่บังเอิญคนมาแย่งขายกันเยอะ ตอนนี้เลยพยายามยิงให้แม่นๆ กลับขายได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนจึงกลับไปยิงมั่วแบบเดิมพอได้ขาย ก็เลยเลิกคิดเรื่องยิงแม่น สรุปจะมั่วหรือจะแม่นดี

คิดแบบนี้ดีกว่า ถ้ายิงมั่วแล้วขายได้ ก็ถือว่าแม่น แต่ถ้ายิงแม่นแล้วขายไม่ได้ ยังไงก็ต้องลดเกรดเป็นมั่ว นะ ที่เราต้องรู้ก่อนยิง คือ #5กับดักยิงแอดพาเปลือง พี่สอนในคอร์ส#BrandAdvance2

สมัยนี้ มือถืออยู่กับมือ คลิ๊กดูโน่น นี่ นั่น ได้ตามใจ ไม่ตกใจ ไม่รังเกียจสปอนเซอร์โพสต์อีกแล้ว เห็นอะไรแปลกหน่อย ก็ลองกดดู ทั้งๆที่ไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมายของสินค้านั้น ก็อยากรู้ ก็อยากส่อง เก็ทมั๊ย อ้าว!!!…แต่เฟสบุ๊คกลับคิดว่าเราสนใจ ส่งแอดคล้ายๆกันประเคนให้ดู พอเห็นเราไม่สนใจ ก็หยุด

สรุป…กลุ่มเป้าหมายสำหรับการโปรโมทที่เลือกไว้ มีความเป็นไปได้มากแค่ไหนที่จะเป็นลูกค้าเป้าหมายของสินค้าที่เจ้าของแบรนด์ต้องการ ทุ่มงบไปก่อน ยังมีโอกาสโดนบ้าง ถ้ามัวตั้งแง่ ก็ไม่ต้องขายกันพอดี ยอมๆเขาไปเถอะ งั้นรึ???

เลือกกลุ่มเป้าหมาย เล็งความสนใจ ทำได้นะ แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้สำหรับความคลาดเคลื่อนด้วย ที่สำคัญมากกว่า…เมื่อกดโปรโมท ไม่ใช่แค่คิดว่าจะสร้างแอดแบบไหนตั้งกลุ่มเป้าหมายอย่างไร แต่ต้องคิดเผื่อไปถึง…ถ้าไม่ได้ดั่งใจ จะปรับแก้อย่างไร ต่างหากนะ

อย่าคิดว่าเราจะสามารถล๊อคสเปคกลุ่มเป้าหมายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ #ขนาดรูปโปรไฟล์ยังไม่เหมือนตัวจริงเลย นับประสาอะไรกับเรื่องอื่นอีกมากมาย สื่อโซเชี่ยลคือสื่อกึ่งบันเทิงรายวัน อะไรดูแล้วสนุก อันไหนน่าสนใจ ดูไปก่อน ไม่ชอบ…ค่อย..กด ออก เข้าใจ นะ
#โพสต์ให้ใครดูบูสต์ให้ใครซื้อ

มันก็ออกจะแปร่งๆสำหรับพี่ หากต้องยอมจ่ายต้นทุนโปรโมทสูงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทุกครั้งเพื่อให้ขายได้ บางทีมันก็ไม่เวิร์คแบบนั้นทุกครั้ง

พี่ชอบคิดว่า ถ้าคนสนใจสินค้า ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะอยากซื้อ ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้คนสนใจ และบางคนในกลุ่มผู้สนใจจะกลายเป็นผู้ซื้อ แต่ถ้าเราแพลนยอมจ่ายแพง เป็นการสะท้อนว่าถ้ายิ่งสนใจ ราคายิ่งสูง ก็คงไม่ใช่นะ!!! เพราะถ้าแอดมันโดน เห็นแล้วอยากดูต่อ ถึงไม่ไลค์โพสต์แล้วยังไงต่อ แอคชั่นต่างหากที่ต้องมาดูกัน

แต่ถ้าเพราะ….การประมวลผลให้โพสต์ถูกโชว์ในกลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกไว้อย่างมีชั้นเชิง…เลยทำให้ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะระบบต้องทำงานดีเทลมากขึ้น ก็เหมือนจะมีเหตุผลนะ แต่จะปักใจเชื่อการเลือกได้แค่ไหน สุดท้าย…ยอมจ่ายไปก่อนแล้วมาดูผลลัพธ์ว่า…คุ้มไหม

พี่ใช้ไอเดียนำในการคิดโพสต์ เพราะเราอยากให้คนดูสนใจ ก็ต้องทำโพสต์ให้น่าสนใจให้โดนที่สุด เมื่อยอมจ่ายแพง บวกโพสต์น่าสนใจ คนก็คลิ๊กเยอะขึ้น น้องๆก็เลือกปฏิบัติตามสะดวกนะ แต่พี่เห็นเยอะ…จ่ายเงินโปรโมทแพงขึ้นกว่าเดิม แต่ขายสู้เมื่อก่อนไม่ได้ ทั้งๆที่ ก็เลือกกลุ่มเป้าหมายทั้งเป๊ะ ทั้งเป็น #เกิดอะไรขึ้น

หลายคนก็ลืมหรือมองข้ามอย่างไม่ตั้งใจ…ไลฟ์สไตล์บนโลกโซเชี่ยล คนดูเขาก็เลือกนะ จะกดดูหรือเลื่อนนิ้ว ในเมื่อทำให้เขากดดูไม่ได้ อย่าไปโทษเรื่องอื่น นะ อีกอย่างขายของบนโลกออนไลน์ ต้องเข้าใจเทคนิคการทำให้คนเห็น ดู ซื้อ

พฤติกรรมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อมันเปลี่ยน เราจำเป็นที่จะต้องสามารถสร้างโพสต์โปรโมทแอดที่มีผลต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปต่างหาก ที่เคยทำในอดีตมันไม่เวิร์คอีกต่อไป อย่ามัวเสียเวลานั่งรอมันรีเทิร์น #เห็นดูซื้อคือคีย์การยิงแอสอนในคอร์ส #BrandAdvance2

มันมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้น ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงโดย…ถ้าโพสต์กดโปรโมทแล้วไม่เวิร์ค แก้หลายวิธีแล้ว ต้องปรับเปลี่ยนโพสต์ใหม่อย่างไร

พี่โชคดีมากที่ได้มีโอกาสทำในเรื่องการนำเสนอให้กับหลายธุรกิจ เวลาพี่สอนในคลาส จึงไม่ได้แค่สอนการสร้างโฆษณา เขียนคอนเทินท์ ยิงแอด แต่โฟกัสหลักคือ ทำโฆษณาอย่างไรให้ได้ผลให้โดนคนดู ถูกใจกลายเป็นคนซื้อ ซึ่งมันเป็นเรื่องการนำเสนอ

เขียนโพสต์ ออกแบบสื่อ ทำคลิป ตัดต่อ พี่ทำเองเยอะมาก ดังนั้นเวลาสอน จึงแทรกวิธีที่น้องๆแต่ละคนจะนำเสนอธุรกิจในโฆษณา เขียนแบบไหน สื่อต้องสะท้อนอะไรถึงจะโดน คลิปต้องประมาณไหน แต่ละธุรกิจ นำเสนอไม่เหมือนกันหรอก การแนะนำ ตัวอย่างจึงไม่เหมือนกัน

อีกอย่าง…ก็ต้องดูน้องๆที่มาอบรมด้วยว่าเขาถนัดอะไร บางคนอาจจะไม่ถนัดเขียน ก็ต้องปูทางให้เขาสามารถเขียนได้อย่างไม่ต้องฝืน บางคนไม่กล้าอัดคลิป ก็แนะนำทางเลือกว่าจะแบบไหนได้ บางคนกล้าทำคลิป แต่นำเสนอเรื่องยังมีช่องโหว่ ก็ต้องเติมในส่วนที่ขาด แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน ทำให้การสอนสนุกไปอีกแบบ

ทำไมถึงโฟกัสการนำเสนอ เพราะผู้ชมเขาไม่แคร์หรือปลื้มหรอกว่าเขาเป็น 1 ในผู้ถูกเลือกให้เห็นสปอนเซอร์โพสต์ เขาแคร์แค่โพสต์นั้นน่าสนใจพอที่จะแลกเวลาด้วยหรือไม่ การตัดสินเรื่องความน่าสนใจ อยู่ที่การนำเสนอของโพสต์นั้น แล้ว…คอนเท้นท์มันก็เป็นแค่..ส่วนนึงของการนำเสนอ ชัดหรือยัง!!!

โพสต์ให้ใครดูบูสต์ให้ใครซื้อ
โพสต์ให้ใครดูบูสต์ให้ใครซื้อ
Advertisements