ผ่าทางรอด!!! คอนเท้นท์พิฆาต

#คอนเท้นท์พิฆาต ดูยังไง วันๆลงโพสต์กดโปรโมท ต้องไม่ลืมเช็ค…ดีกรีความแรงคอนเท้นท์ระดับไหน เรื่องแบบนี้เข้าข้างตัวเองไม่ได้นะ เว้นแต่…ทุกโพสต์จะลงไว้ดูเอง

น้องๆคงได้ยินมาเยอะ ลงโปรโมทแต่ละครั้ง ต้องเช็คตัวเลขโน่นนี่ แต่ถ้าใครไม่ชัวร์ เช็คคำอธิบาย มีนัยยะสำคัญแฝงอยู่ ไอเดียดี แต่ลงไปทำไมไม่รอด อย่าไปเถียงตัวเลขให้เมื่อย ไม่เวิร์คคือไม่เวิร์ค…จบ!!! แก้ไขใหม่ 5 ตัวเลขเบื้องต้นต้องดูทุกวัน เพื่อความชัวร์ แต่ละแคมเปญรอดแน่ๆ แต่บอกก่อนนะ ทั้ง 5 ตัวเลขสัมพันธ์กันหมด จะดูแค่เลขที่ชอบ ไม่ได้นะจ๊ะ

COST
ต้นทุนแรงแซงยอดขาย 555 ลงโพสต์กดโปรโมทไป แต่ไม่มียอดขาย งานนี้จบไม่สวยนะ ต้นทุนแรงแสดงว่าคอนเท้นท์ไร้ความนิยม ลงไปกดโปรโมทไปก็จ่ายอย่างเดียว

แคมเปญที่ต้นทุนแรงๆ เราจะเห็นเลยว่า ไลค์ก็น้อยมาก อย่าหวังเรื่องคนทัก

ตัวเลขนี้…ต้นทุน ไม่ได้จบแค่สูงหรือต่ำ แต่อยู่ที่ประเภทของคอนเท้นท์และการเลือกวัตถุประสงค์แคมเปญด้วยนะคะ คอนเท้นท์อย่างเดียวกัน แต่ลงคนละวัตถุประสงค์ ก็ใช้ต้นทุนต่างกันแล้ว

เวลาลงโปรโมท เราจึงต้องรู้ว่า แต่ละรูปแบบแคมเปญ ต้นทุนควรจะประมาณเท่าไหร่ ถ้าไม่รู้…ส่วนใหญ่ที่พี่เจอ…นักเรียนจ่ายกันเพลินเลย เพราะคิดว่าต้นทุนที่จ่ายไปมันโอเค พอเก็ทเรื่องต้นทุนแต่ละรูปแบบแคมเปญ ก็เลิกมโน จัดการคอนเท้นท์ใหม่ แหม๊…ต้นทุนก็ไฉไลขึ้นเยอะ แน่นอน…ต้นทุนไฉไลก็หมายความว่าคนให้ความสนใจคอนเท้นท์นั้นมากขึ้น มีใครไม่ชอบความไฉไลแบบนี้บ้าง

ตัวอย่างบ้างละกัน…แก้เมื่อยคิ้ว มีน้องมาเรียน BrandAdvance2 มาสารภาพกับพี่ว่าต้นทุนโปรโมทสามสิบกว่าสตางค์ ก็คิดว่าโอเคแล้ว เพราะน้องเขาก็ขายได้อยู่ ถ้ามันขายได้ ก็ไม่ค่อยมีใครคิดว่าต้นทุนมีปัญหาหรอกนะ พอเรียนจบคอร์ส ปรับปรุงกันใหม่เรื่องคอนเท้นท์ เพราะพี่ยึดหลักแก้ไขกันที่คอนเท้นท์ก่อนเลย ตามด้วยรูปแบบแคมเปญ น้องคนเดียวกันก็มาสารภาพว่า ต้นทุนรูดต่ำไปไม่ถึงสิบสตางค์ แน่นอน…เดิมทีหลายสิบสตางค์ ก็ขายได้อยู่ ครั้งนี้ไม่ถึงสิบก็ยิ่งขายได้ อินบ๊อกโดนถล่มสิ

ชอบมั๊ย อยากมีโมเม้นท์แบบนี้รึป่าว

REACH
การเข้าถึง วัดความป๊อบปูล่าของเพจ/โพสต์ ว่ามีคนเห็นเท่าไหร่ แต่ๆๆๆ ก็ใช่ว่าจะวัดตัวเลขป๊อบปูล่าโดยไม่สนตัวเลขอื่น…ไม่ได้ค่ะ เพราะอาจเป็นการจ่ายเงินซื้อความป๊อบ แต่ไม่ได้ยอดขาย เซ็งเลย

โพสต์ไปแต่ละครั้ง ถ้ามีการโปรโมทก็จะมีการเข้าถึง 2 แบบ ออการ์นิคกับจ่ายตังค์ ออการ์นิคก็ได้อานิสงค์มาจากผู้ที่ติดตามเพจ ถ้าเขาติดตาวมองเห็นก่อนเลย ก็ยิ่งช่วยค่าการเข้าถึงแบบออการ์นิค แต่สวรรค์ไม่ช่วย ความจริง แฟนเพจชอบเรา อาจไม่ติดดาว โอกาสเห็นโพสต์ก็น้อยลง ถึงติดดาวก็อาจจะไม่ได้เห็นโพสต์เราทุกครั้ง เราจึงต้องแลกด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้คนเห็นโพสต์เยอะขึ้น

ถ้าน้องขายของ การสร้างแคมเปญเพื่อเข้าถึงคนที่ยังไม่รู้จักเพจเรา ก็เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ แต่เราจะลงแบบหว่านก็ไม่ดีนัก จึงต้องมีการเลือกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลิอกกลุ่มเป้าหมายจะเพอร์เฟค100เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นการกรองในระดับนึง

สรุปแล้ว ถ้าแฟนเพจมีน้อย ก็สามารถขายของได้ แต่ต้องลงโปรโมทเพื่อเพิ่มการเข้าถึง แต่แทนที่จะเลือกลุ่มเป้าหมายสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เลือกให้เหมาะสมหน่อย แต่ทว่า…ถึงเลือกกลุ่มอย่างดีก็เถอะ ถ้าคอนเท้นท์ห่วย คนก็ผ่านตา ไม่แอคชั่นอะไรทั้งนั้นแหละ

การเข้าถึงต้องดูทั้งการเข้าถึงของเพจ และแยกรายโพสต์นะ พี่จะมีมาตรฐานให้นักเรียนว่า การบริหารเพจจะต้องพยายามทำให้ค่าการเข้าถึงอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ถึงจะมากพอที่จะทำให้คนรู้จักเพจเรา เห็นสินค้า และเพียงพอที่จะเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ ถ้าเราไม่ทำความคุ้นเคยกับเลขนี้ ก็จะบริหารคอนเท้นท์ผิดพลาดนะสิ

มีเพจก็ต้องสร้างคอนเท้นท์เป็นของคู่กัน ถ้าบริหารแบบไม่รู้ทิศทาง เราจะดึงค่าการเข้าถึงให้อยู่ในระดับที่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจ จะรักษาการเข้าถึงให้ต่อเนื่องได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่เกิดขึ้นเองถ้ากดเงินโปรโมท เว้นแต่น้องจะมีเงินเยอะมาก พร้อมทุ่มไม่อั้น หวังแค่ขายของได้

แต่พี่เชื่อว่า หลายคนคิดแบบพี่ มีเงินจำกัด และต้องการบริหารใช้เงินให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด จริงไหม

FREQUENCY
ความถี่ ตัวเลขนี้แปลง่ายๆว่า จำนวนครั้งที่แฟนเพจจะเห็นโพสต์เราต่อวัน มันจะเริ่มต้นที่ 1.0 จากนั้นก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ บางแคมเปญของนักเรียน พี่เจอค่าความถี่สูงมาก บางคนอาจชอบ แฟนเพจเห็นซ้ำๆหลายครั้ง จะได้สนใจอยากรู้ ทนไม่ไหวก็คลิ๊กดูเอง

แต่พี่กลับไม่ค่อยชอบนะ เพราะเทสต์มาหลายแคมเปญ ถ้าเราสามารถกดค่าความถี่ให้ต่ำที่สุดได้ การตอบสนองจะดีกว่า ตัวอย่างเช่น น้องทักมาถาม แคมเปญรันไป 2-3วันแรก ตอบสนองดี หลังจากนั้น ยอดทักอินบ๊อกซ์เริ่มลดลง เพราะพี่สอนให้ดูค่าความถี่ น้องเขาจึงเห็นตัวเลข FREQUENCY ที่สูงขึ้น จึงทักมาปรึกษาว่าต้องแก้ไขอย่างไร พอแนะแนวทางไป ปรับแก้เรียบร้อย ยอดคนทักอินบ๊อกซ์ก็ดีดกลับมาทันที

เรื่องความถี่ เป็นตัวเลขที่หลายคนแลน้อยมาก อาจเพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร ความจริง มันช่วยให้เราบริหารแคมเปญโฆษณาดีขึ้นนะ ถ้าเราปล่อยตามมีตามเกิด คนทักอินบ๊อกซ์น้อย ลงเงินเท่าเดิม แต่คนทักน้อยลง มีใครชอบบ้าง…

RELEVANCE SCORE
คะแนนตรงความเป้าหมาย พี่ชอบเรียกคะแนนความประพฤติ แปลง่ายๆ มันเป็นตัวเลขที่บอกว่า แคมเปญนั้นน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนในสายตาของกลุ่มเป้าหมา

คะแนนเต็ม 10 ถ้าแคมเปญได้คะแนนแค่ 3-4 หยุดโปรโมทสถานเดียว สร้างโพสต์ใหม่ดีกว่า ถ้าคะแนนต่ำ หมายความต้นทุนสูง เพราะคนดูแล้วไม่ตอบสนองต่อแคมเปญ ไลค์น้อย อาจไม่เม้นท์ ไม่แชร์ การตอบสนองน้อยแบบนี้ แล้วหวังขายได้ ก็คงต้องลงเงินในแคมเปญนั้นเยอะมาก แต่พี่มาสายบริหารแคมเปญให้คุ้มนะ เลยต้องดันให้คอนเท้นท์มีคะแนนสูงเข้าไว้

เมื่อก่อนนะ กว่าจะได้คะแนนเต็ม 10 เป็นเรื่องยากมาก แต่ตอนนี้เหมือนเฟสบุ๊คปล่อยคะแนน ทำให้แต่ละแคมเปญได้คะแนนสูงง่ายมาก หรือว่าพี่คิดไปเอง เพราะเคยชินกับการได้คะแนนสูงเป็นประจำ 555

เพจใหม่เพิ่งเริ่มโปรโมท แรกๆก็อาจได้คะแนนไม่ดี แต่ความต่อเนื่องของคอนเท้นท์และการโปรโมทก็ช่วยทำให้คะแนนดีขึ้นค่ะ อีกแล้ว การได้คะแนนสูงๆ ไม่ขึ้นอยู่กับเงินที่ลงโปรโมทอย่างเดียว มันเป็นเรื่องคอนเท้นท์ล้วนๆที่ต้องตอบโจทย์คนที่เรามาเลือกกลุ่มเป้าหมาย เรื่องอื่นก็เป็นตัวประกอบช่วยกันเติมแต่งสีสันนะ

นักเรียนที่เรียนคอนเท้นท์กับพี่ หลายคนก็จะมีคะแนนแค่ 3-4 มาก่อน พอปรับแก้เรื่องคอนเท้นท์ลงโปรโมทไป ก็จะเห็นคะแนนที่สูงขึ้น มีน้องคนนึงตื่นเต้นมาก เรียนรู้มาเยอะ ดูคะแนนเป็น แต่ไม่รู้ว่าต้องแก้อย่างไรให้คะแนนสูงขึ้น พอเรียนกับพี่จบคอร์ส คะแนนดีดขึ้น 9/10 เล่นเอามือไม้สั่น ดีใจมาก ทักไลน์มาบอก พี่นะ…ยินดีด้วยจริงๆ ขนาดเรายังยินดีมากๆ แล้วตัวน้องเขา…จะภูมิใจในตัวเองขนาดไหน…เนอะ

ENGAGEMENT

การมีส่วนร่วม แปลง่ายก็คือปฎิกิริยาที่กลุ่มเป้าหมายตอบสนองต่อโพสต์ ไม่ว่าจะไลค์ คอมเม้นท์ แชร์ คลิ๊กลิงค์ ทั้งหลายทั้งปวงช่วยให้การมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราดูแยกเป็นแต่ละโพสต์ การเข้าถึงจะมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทโพสต์นะ แต่พี่แนะนำให้น้องดูตัวเลขรวมของการมีส่วนร่วมของเพจด้วย

ในขณะที่การเข้าถึง REACH ห้ามต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ค่าการมีส่วนร่วม ENGAGEMENT ก็ห้ามต่ำกว่าเกณฑ์เช่นกัน และมันควรเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับค่าการเข้าถึง หรือเติบโตดีกว่า…เพจนั้นถึงจะยิ่งขายของได้มากขึ้น

บางคนลงโปรโมท จ่ายเงินอย่างเดียว การเข้าถึงก็ดี เพราะลงเงินโปรโมทไง แต่พอดูที่ค่าการมีส่วนร่วม สวนทางกันเลย เป็นการสูญเงินโปรโมทไปอย่างน่าเสียดาย วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด ก็ต้องมาวางผังคอนเท้นท์กันใหม่ แก้ให้มันถูกจุด ถ้าไม่ทำแบบนี้ ยิงเพจไปก็ไม่ได้ผลลัพธ์ดังใจ

พี่พยายามเขียนให้เข้าใจง่ายๆ น้องๆก็ต้องลองไปเช็ค 5 ตัวเลขที่ว่า สิ่งที่เราไม่ถนัด มันจะไม่มีวันถนัด ถ้าเราไม่เริ่มลงมือหัดทำนะ ดังนั้น อย่าท้อ เพราะถ้าน้องหยุดพัฒนาตัวเอง คนอื่นก็แซงหน้านะคะ

น้องๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาบริหารแคมเปญยังไม่ได้ดังใจ อ่านเรื่องของพี่แล้วเริ่มเห็นที่มาที่ไปของการที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการโปรโมท อยากเรียนรู้เพิ่ม เพื่อที่จะได้ทราบถึงเทคนิคอีกเยอะแยะที่พี่ใช้ในการบริหารคอนเท้นท์และแคมเปญโฆษณา พี่มีคอร์ส 2 วัน #BrandAdvance 2 โฟกัสเรื่อง Digital Content Marketing จะทำให้น้องเข้าใจและฝึกปฏิบัติในคลาสเพื่อสร้างโอกาสขายทางออนไลน์ รวมทั้งวิธีการแก้ไขกรณีเจอปัญหา

พี่สอนน้องๆหลากหลายธุรกิจ การบริหารคอนเท้นท์ที่ดี จะช่วยให้น้องสามารถสร้างความต่าง ความโดดเด่นให้เพจของตัวเอง เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยนะ ถ้าเรียนแล้ว น้องก็ยังดูเหมือนเพจคู่แข่งหรือแย่กว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าจากเราทำไม

ถ้าไม่ต่าง ไม่เด่น ไม่น่าสนใจ กลยุทธ์สุดท้ายที่น้องจะนำมาใช้คือ ลดราคา เป็นแอคชั่นที่ติดลบมากๆ ในเมื่อสินค้ามันไม่น่าสนใจ คนไม่ถาม พอยิ่งลดราคา ก็ยิ่งไม่น่าสนใจเข้าไปใหญ่นะ

คอร์สBrandAdvance 2 รุ่นที่ 15 จัดวัน 19-20 สิงหาคมที่กรุงเทพ ราคาค่าคอร์ส 8,500 จำกัดเพียง 15 คนเท่านั้น ชมรายละเอียด/รีวิวก่อนที่ http://www.conceptsalliance.com/brand_advance_2.htmlค่ะ

สอบถามเพิ่มเติมทักไลน์ ไลน์ http://line.me/ti/p/%40wazinee
เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์
ประสบการณ์ออกแบบแบรนด์กว่า 15 ปี

Advertisements